เริ่มต้นจากการไปจองตั้ว กรุงเทพ-ผานกเค้า รอบ 22.35 น. ซึ่งเป็รรถ VIP 32 ที่นั้ง ราคา 418 บาท ที่เลือกรอบนี้เพราะ จะได้ไปถึงที่ผานกเค้าเกือบเช้าจะได้ไม่ต้องไปนั้งรอ
พอซื้อตั้วเสร็จก็กลับบ้านมานอนเอาแรง เพราะคืนนี้รถจะออกกลัวจะนอนไม่หลับ เพราะไม่ค่อยชอบนอนในรถ ไปถึงหมอชิตเวลา 19.00 น. เดินหาอะไรกินหน่อยรอท้อง เพื่อขึ้นรถไปจะหิว แต่ไม่อย่างนั้นเลย พอขึ้นรถไปของแจกมากมาย เริ่มจากน้ำ ขนม นม และยังเหลือหางตั้วอีก 15 บาท เพื่อไปแลกที่จุดพักรถแถวปากช่องระยะห่างระหว่างที่นั้งกว้างพอสมควร นั้งสบาย
รถเริ่มออกจากหมอชิตแล้ว
เมื่อถึงที่ผานกเค้า ก็ลงมาเอากระเป๋า แต่เมื่อลงมา ก็เกิดอาการหนาวมาก พูดควันออกปากเลยถุงมือที่ใส่อยู่เอาไม่ไหวครับ เลยต้องไปซื้อถุงมือมาใส่ใหม่ที่ให้ความอบอุ่นมากกว่านี้ ก็เลยโดนไป 80 บาท หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวที่ร้านเจ็กิม ซึ่งอยู่บริเวณนั้น ร้านนี้รับจองตั้งรถทัวร์ด้วยบรรยายกาศร้านเจ๊กิมมีผู้คนพอสมควร
15 นาที ก็ถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ในตอนนั้งรถนั้นอากาศหนาวมาก ถ้าใครจะไปช่วงหน้าหนาวนั้นควรจะเตรียนเสื้อหนาวให้ดีที่สุด เพราะมันหนาวจึง ๆ
เมื่อมาถึงภูกระดึงแล้วก็ลงไปจองเต็นท์กับเจ้าหน้าที่ เลือกขนาดเต๊นท์ตามใจชอบ ราคามีตั้งแต่ 225-500 บาท ส่วนผมได้จองขนาด 2-3 คน
ราคา 225 ต่อคืน จอง 2 คืนราคา 450 บาท แล้วก็จ่ายเงินกับเจ้าหน้าที่พอทั้งรับใบเสร็จเพื่อที่จะเอาใปเสร็จไปยืนยันด้านบนว่าเราจ่ายตั้งแล้ว
ต่อจากนั้นก็เดินไปจุดบริการลูกหาบเพื่อที่จะจ้างแบกของขึ้นไป ราคาก็กิโลละ 15 บาท ของผม 2 คน ซัดไป 7 โล แล้วก็เดินไปเสียค่าเข้าอุทยาน ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และนักเรียนนักศึกษา 20 บาท(โชว์บัตรให้เจ้าหน้าที่ดู) แล้วถ้าเกิดเรามีขวดน้ำหรือวัสดุที่จะทำให้เกิดขยะเรากต้องไปมัดจำขยะของเรากับเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะขึ้นด้านบนและถ้าเก็บขยะลงมาได้ 1 กิโลกรัมขึ้นไป เราก็จะได้ใบประกาศ
ก่อนที่จะขึ้นต้องผ่านทางนี้
เมื่อหันหลังกลับไป
ก่อนจะขึ้นไหว้สิ่งสักสิทธิ์ขอพรให้คุ้มครองระหว่างที่เที่ยว
ดูแผนที่ก่อนจะขึ้น จะได้วางแผนการเดินที่ถูกต้อง
การทำงานที่หนักของพวกเค้าเป็นเบื้องหลังของพวกเรา
ป้ายก่อนขึ้นภูกระดึง
เส้นทางข้างหน้าดูแล้วไม่ยากนัก
ดูทางแล้วน่าจะผ่านได้สบาย ไม่เห็นเหนื่อยเลย
ก่อนถึงซำแฮกผมคิดว่าเหนื่อยเป็นอันดับ 2 ของที่นี่ เพราะทางค่อนข้างชั้นแต่มีบันไดก็ยังดีขึ้นหน่อย
อีก 200 เมตร ทำไมมันไกลจัง
ยิ่งเดินยิ่งเหนื่อยทำไมมันไกลจังเลยไอ้ 200 เมตรนิ
ถึงแล้วซำแฮก แฮกตามชื่อจริง
แต่ก็เจอบรรยายกาศอย่างนี้ก็หายเหนื่อยเลย


แล้วก็เดินต่อไป ทางเดินต่อไปค่อนข้างสบายไม่ชันมาก นัก
สบาย ๆ กับอากาศเย็นๆ

และแล้วก็ถึงซำกกโดนที่พักก่อนจะสุดท้ายก่อนจะถึงหลัแป
มีห้องน้ำห้องท่าให้ทำภาระกิจส่วนตัวได้
ไม่ต้องกลัวมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่
เมื่อเดินมาถึงด้านช้างจะมีอีกทางหนึ่งที่ไปได้ แต่จะไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินเพราะจะมีความอันตรายมาก
เมือเลยด่านช้างมาก็จะถึงซำแคร่ซึ่งจะเป็นซำสุดท้ายก่อนขึ้นหลังแป และจะมีร้านอาหารอยู่จุดสุดท้ายแล้วด้วย เส้นทางต่อจากนี้ไปจะเป็นเส้นทางที่โหดที่สุดในภูกระดึงเลยก็ว่าได้เพราะทางชันมาก ๆ และระยะทางก็ประมาณ 1300 เมตรไม่มีแนวราบเลย ผมจึงยกให้ช่วงนี้เป็นช่วงที่นักที่สุด

เมื่อเดินผ่านจุดนั้นมาได้แล้วก็มาถึงจุดที่เรียกว่าพิชิตสักที่
บริเวณหลังแป ต้องเดินไปอีกประมาณ 3700 เมตร เพื่อที่จะถึงที่พัก
ในที่สุดก็ถึงที่พักสักที

จากจุดที่พักกลับไปหลังแป

เมื่อมาถึงจุดที่พักก็ไปติดต่อเจ้าหน้าที่เรื่องที่พัก และชุดนอนโดยผมได้เช่าแบบเป็นชุดราคา 60 บาท ประกอบไปด้วยหมอน ถุงนอน ที่รองนอน เช่า 2 คือก็ 120 บาท แล้วเราก็ไปเลือกเต๊นท์ได้ตามสบาย อุณหภูมิประมาณ 15-17 องศา c ในตอนเที่ยง หลังจากนั้นก็รอกระเป๋า เมื่อกระเป๋ามาก็จ่ายเงิน แล้วก็ไปอาบน้ำ และวันนั้นก็เป็นวันเดียวที่ได้อาบน้ำที่ข้างบนนั้น น้ำนั้นเย็นมาก ๆ ถึงมากที่สุด วันแรกนั้นไม่ได้ทำไรมาก เพราะขึ้นมาถึงก็นอนหลับเพราะนั้งรถมาไม่ได้นอนเลย และเดินถ่ายรูปอยู่แถวบริเวณนั้น เมื่อมืดแล้วก็นอนแต่หัวค่ำ แต่ก่อนนอนรู้สึกว่าจะทนอากาศหนาวคืนนี้ไม่ไหวแน่เลยเพราะเวลาประมาณ 5 โมงเย็นอากาศก็ค่อนข้างเย็นมาก เลยตัดสินใจไปเช่าผ้านวมมา ค่าเช่าก็ 20 บาทต่อคืน 2 คืนก็เป็น 40... จบวันที่หนึ่งแล้วนะครับเดี่ยวตอนหน้าจะมาต่อตอนที่ 2
เมื่อหันหลังกลับไป
ก่อนจะขึ้นไหว้สิ่งสักสิทธิ์ขอพรให้คุ้มครองระหว่างที่เที่ยว
ดูแผนที่ก่อนจะขึ้น จะได้วางแผนการเดินที่ถูกต้อง
การทำงานที่หนักของพวกเค้าเป็นเบื้องหลังของพวกเรา
ป้ายก่อนขึ้นภูกระดึง
เส้นทางข้างหน้าดูแล้วไม่ยากนัก
ดูทางแล้วน่าจะผ่านได้สบาย ไม่เห็นเหนื่อยเลย
ก่อนถึงซำแฮกผมคิดว่าเหนื่อยเป็นอันดับ 2 ของที่นี่ เพราะทางค่อนข้างชั้นแต่มีบันไดก็ยังดีขึ้นหน่อย
อีก 200 เมตร ทำไมมันไกลจัง
ยิ่งเดินยิ่งเหนื่อยทำไมมันไกลจังเลยไอ้ 200 เมตรนิ
ถึงแล้วซำแฮก แฮกตามชื่อจริง
แต่ก็เจอบรรยายกาศอย่างนี้ก็หายเหนื่อยเลย

แล้วก็เดินต่อไป ทางเดินต่อไปค่อนข้างสบายไม่ชันมาก นัก
สบาย ๆ กับอากาศเย็นๆ
และแล้วก็ถึงซำกกโดนที่พักก่อนจะสุดท้ายก่อนจะถึงหลัแป
มีห้องน้ำห้องท่าให้ทำภาระกิจส่วนตัวได้
ไม่ต้องกลัวมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่
เมื่อเดินมาถึงด้านช้างจะมีอีกทางหนึ่งที่ไปได้ แต่จะไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินเพราะจะมีความอันตรายมาก
เมือเลยด่านช้างมาก็จะถึงซำแคร่ซึ่งจะเป็นซำสุดท้ายก่อนขึ้นหลังแป และจะมีร้านอาหารอยู่จุดสุดท้ายแล้วด้วย เส้นทางต่อจากนี้ไปจะเป็นเส้นทางที่โหดที่สุดในภูกระดึงเลยก็ว่าได้เพราะทางชันมาก ๆ และระยะทางก็ประมาณ 1300 เมตรไม่มีแนวราบเลย ผมจึงยกให้ช่วงนี้เป็นช่วงที่นักที่สุดบางช่วงมีบันไดให้เดินด้วย แต่บางช่วงก็ไม่มี(ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะเหนื่อยมาก)

เมื่อเดินผ่านจุดนั้นมาได้แล้วก็มาถึงจุดที่เรียกว่าพิชิตสักที่
บริเวณหลังแป ต้องเดินไปอีกประมาณ 3700 เมตร เพื่อที่จะถึงที่พัก
ในที่สุดก็ถึงที่พักสักที
จากจุดที่พักกลับไปหลังแป
เมื่อมาถึงจุดที่พักก็ไปติดต่อเจ้าหน้าที่เรื่องที่พัก และชุดนอนโดยผมได้เช่าแบบเป็นชุดราคา 60 บาท ประกอบไปด้วยหมอน ถุงนอน ที่รองนอน เช่า 2 คือก็ 120 บาท แล้วเราก็ไปเลือกเต๊นท์ได้ตามสบาย อุณหภูมิประมาณ 15-17 องศา c ในตอนเที่ยง หลังจากนั้นก็รอกระเป๋า เมื่อกระเป๋ามาก็จ่ายเงิน แล้วก็ไปอาบน้ำ และวันนั้นก็เป็นวันเดียวที่ได้อาบน้ำที่ข้างบนนั้น น้ำนั้นเย็นมาก ๆ ถึงมากที่สุด วันแรกนั้นไม่ได้ทำไรมาก เพราะขึ้นมาถึงก็นอนหลับเพราะนั้งรถมาไม่ได้นอนเลย และเดินถ่ายรูปอยู่แถวบริเวณนั้น เมื่อมืดแล้วก็นอนแต่หัวค่ำ แต่ก่อนนอนรู้สึกว่าจะทนอากาศหนาวคืนนี้ไม่ไหวแน่เลยเพราะเวลาประมาณ 5 โมงเย็นอากาศก็ค่อนข้างเย็นมาก เลยตัดสินใจไปเช่าผ้านวมมา ค่าเช่าก็ 20 บาทต่อคืน 2 คืนก็เป็น 40... จบวันที่หนึ่งแล้วนะครับเดี่ยวตอนหน้าจะมาต่อตอนที่ 2



1 comment:
รูปสวยดีว่ะ เดินขึ้นนี่มันเหนื่อยจริงๆเว้ย
ขอบใจที่แนะนำหลายๆอย่าง
http://el-maximus.exteen.com
ลงไว้เหมือนกัน ไปดูได้
Post a Comment